หลังจากเมื่อชาติเศษที่เคยตั้งใจจะเล่นคอมมู EH จนหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...
 
แอบเล็งเห็นคอมมูให้เสพงานงาม ๆ + อยากสนองนี้ดตัวเอง หาเรื่องวาดรูปเล่นให้มีจุดหมายมากขึ้น(?) โชคดีว่าคอมมูนี้ก็อยู่ช่วงรับสมัครพอดี เลยตัดสินใจ เอาวะ เล่นละกันค่ะ 5555 
 
====================================================
เอนทรี่นี้เกี่ยวกับ 
 
 
ขอพาลูกมาฝากเนื้อฝากตัวค่ะ : ) (ดูรูปใหญ่ กดที่รูปได้เลยค่ะ)
 

ชื่อ : Svetel สเวเทล

เผ่า : เอล์ฟ

อายุ : 20 ปี

ส่วนสูง : 156-7 cm (150 cm +รองเท้าส้นสูง 2.5 นิ้ว)

หนัก : 38 kg

เพศ : หญิง

สังกัดกิลด์ : เซเรนิต้า

อาชีพ : เจ้าของร้านอาหาร / นักปรุงยา

คำแทนตัวเอง : ข้า

คำแทนคนอื่น : ท่าน


ความสามารถ

- ปรุงยาทั้งที่ใช้รักษาผู้คน และเป็นพิษถึงตาย (แต่ไม่คิดจะปรุงยาพิษซ้ำหากไม่จำเป็น)

- สื่อสารกับพืชพรรณดอกไม้ได้ทุกชนิด รวมถึงเวทมนตร์ที่กระทำต่อพืชได้ (ถนัดเวทมนต์สายป้องกันตัว)


นิสัย

- ยิ้มแย้ม วางตัวกิริยาเรียบร้อยเหมือนเป็นคุณหนูอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะกับคนผ่านไปผ่านมาที่รู้จัก

- แต่หากสนิทกันแล้ว จะค้นพบว่าเธอรั่วเก็บกดมาก เพราะไม่อยากทำให้เสียชื่อชาติเกิดเอล์ฟ เลยวางตัวให้ดีสมเกียรติมาเสมอ

- แม้จะดูไร้พิษสง แต่อย่าสร้างปัญหาให้เธอเชียว ดูนิ่ง ๆ ไม่ตอบโต้แบบนี้ อย่าลืมว่าเธอปรุงยาพิษถึงตายได้ นอกจากนี้ฝีปากเธอยังสามารถเชือดเฉือนได้นิ่ง ๆ อีกด้วย

- รักและภูมิใจในความเป็นเอล์ฟของตนและบ้านเกิดมาก แต่ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ไม่ค่อยจะได้มาตรฐานเอล์ฟทั่วไปเท่าไรนัก เธอจึงตัดสินใจใส่หมวกหูปิดอำพรางไว้ตลอด ไม่ให้ใครได้กล่าวหาว่ามีเอล์ฟที่สูงไม่ได้มาตรฐานแบบเธอ


ชอบ

- ของหวานทุกชนิด

- การทำอาหาร

- หาสูตรการปรุงยาใหม่ ๆ

- ดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์ป่า


ไม่ชอบ

- พวกล่าอาณานิคม

- เนื้อสัตว์

- การต่อสู้


จุดมุ่งหมาย

- ให้ยาที่เธอปรุงขึ้นมาสามารถใช้ช่วยเหลือผู้คนได้มากที่สุด


ประวัติ

สเวเทล (ภาษาสโลวีเนีย = แสงสว่าง) หรือ เทล เดิมทีที่เธอจำความได้ เธออาศัยอยู่ในป่าเซเรนิต้า ก่อนจะเข้ามาในเมืองฟลอสตอนอายุ 5 ปีเพราะแม่แห่งป่าไม้ให้เธอแอบตามเกวียนเข้ามาในเมืองหลวง


แต่เพราะเบื่อหน่ายสถานการณ์บ้านเมืองที่ถูกรุกรานอยู่เนือง ๆ โดยพวกล่าอาณานิคม พออายุครบ 20 เธอจึงตัดสินใจมาเปิดเบเกอรี่ & บาร์ เล็ก ๆ ในเมืองโพเซลล่าเพื่อหาความสงบสุขแทน


เพราะความรักในบ้านเมืองเกิด เธอจึงหมั่นหาสูตรการปรุงยาใหม่ ๆ ที่สามารถเป็นประโยชน์ให้กับที่บ้านเมือง ทั้งในแง่ทางการแพทย์ และการพัฒนาความรู้


====================================================
 
แถมลิ้งในเฟสกรุ๊ปค่ะ จิ้ม
 
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ : ) 
 
นี่เป็นเอนทรี่จับฉ๋ายที่สุดที่เคยอัพมา 555555555
กลับมาต่อแล้วค่ะ
 
วันนี้เพื่อน ๆ หลายคนก็เริ่มได้ขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่บนวอร์ดแล้ว
 
ส่วนตัวแจมเอง..ยังค่ะ 5555 นี่ต้องเรียนเรื่องยาก่อนที่จะไปออกชุมชน
 
เอาเป็นว่าตอนนี้ช่วง intro ก่อนขึ้นปี 4 อย่างจริงจังก็จบไปแล้ว เพิ่งสอบตรวจร่างกายกันเสร็จเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาด้วยค่ะ
 
วันนี้จะมาเล่าอีกบลอคในตำนานของ section I
 
Block 2 : Infectious diseases
 
อีกบลอคในตำนาน พร้อมวิชาในตำนาน และเป็นวิชาที่แจมเกือบจะตกล่ะค่ะ กลุ่มเสี่ยงสุด ๆ 5555555555
 
Microbiology นั่นเอง !
 
ถือเป็นมหากาพย์ในตำนานตลอดการเรียนปีสาม อย่างพาโถถ้าท่องแม่น ๆ ยังรอด แต่ไมโครไบโอนี่ท่องแม่นอย่างเดียวไม่รอดนะคะ ต้องคิดต่อได้ว่าใช้แลปอะไรตรวจ ดื้อยาอะไร กลไก บลา ๆ โอ๊ยย สมองจะระเบิด =[]=!!
(และถึงจะอ่านมาเยอะแค่ไหน สุดท้ายตรงไหนที่เราลืม..นั่นแหละข้อสอบมักถามสิ่งนั้น โฮ... ชีวิตรากหญ้าต้องสู้ค่ะ ;w; พวกเทพ ๆ ในคณะเค้าชิวกันอยู่แล้ว~)
 
โดยที่เชื้อทั้งหมดที่เราจะเรียนกัน จะเรียนจบภายใน 4-6 สัปดาห์นี้ และใน section2 ที่เรียนแยกตามระบบ เราก็จะกลับมาเรียนเชื้อพวกนี้ใหม่อีกครั้งแต่ในอีก aspect หนึ่ง
 
แต่ เดี๋ยวววว เดี๋ยววว เชื้อทั้งหมด อ้ากกก ตาย ตาย ตายยย =[]="
 
ท่องกันมันส์สุด ๆ เลยค่ะ โฮ
 
ยังดีที่ยังพอจัดกรุ๊ปได้ว่าเป็นแบคทีเรีย แกรมบวก แกรมลบ ตัวกลม ตัวแท่ง ชอบไม่ชอบออกซิเจน ต้องการโอ๋เป็นพิเศษมั้ย ไวรัส DNA หรือ RNA มีปลอกหุ้มรึเปล่า
เชื้อรา เป็นสายมั้ย บลา ๆ 
 
ดูเป็นกลุ่มก็ดูดีเนอะ... แต่แม่มมม ชื่อไซเบอร์ชิป = ="
 
(cr.รูปจากอ. รพ.รามาฯ ค่ะ เคยเอามาใช้ท่องกลุ่มชื่ออยู่ครั้งหนึ่ง เพราะรูปแบคทีเรียแต่ละตัวมันน่ารักน่าฟัดจริง ๆ >.<")
 
 
 
 
Microbiology ก็ต้องมาคู่กับ Immunology นี่แหละค่ะ
 
ยังดีว่ามีพื้นฐานมาบ้างแล้วจาก block ที่แล้ว ขึ้น block นี้เลยเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น
เลยเริ่มมีการกรุ๊ปเพื่อเข้าใจได้ง่าย ว่าถ้าเชื้ออะไรเข้ามาโจมตี (แบคทีเรีย ไวรัส รา หนอนพยาธิ) จะมีกลไกทางร่างกายอะไรตอบสนองขึ้นบ้างเป็นต้นค่ะ
(cr.รูปจากอ. รพ.รามาฯ อีกแล้ว เนื้อเรื่องเต็มตามลิ้งค์ที่เคยโพสเมื่อเอนทรี่ก่อนค่ะ)
 
ส่วนตัวแจมชอบวิชานี้มาก ๆ นะ เพราะว่าเรียนเป็นเนื้อเรื่องเลย 5555 ยิ่งพอเห็นการ์ตูนแล้วอ่านตามนี่ยิ่งสนุกค่ะ XD ตอนอ่านแรก ๆ ก็งง ๆ แต่ตอนนี้แกร่งกล้าวิชาแล้ว อ่านแล้วแบบ อ.เจ๋งมาก ๆ ค่ะ > < *โบกป้ายเอฟซีลับ ๆ
 
 
 
วิชาเชื้อ ๆ ที่มาคู่กันที่ขาดไม่ได้ก็คือ ปรสิตวิทยา (Parasitology) นั่นเอง
 
วิชานี้ก็ตามชื่อ เราจะเรียนน้องหนอนกันทั้งหมด และแน่นอน สิ่งที่มักพบน้องหนอนที่เรานศพ.ต้องทำคือ..
 
ส่องขี้ Stool Examination... ค่ะ
 
เรียนพวกนี้แล้วก็แปลกใจจริง ๆ นะ วิธีป้องกันนี่ไม่ยากเลย แค่ปรุงอาหารให้สุก รักษาความสะอาดถูกสุขลักษณะอนามัยเวลาขับถ่าย แต่ก็มีคนไทยอยู่จำนวนมากที่ติดเชื้อพวกนี้,,
 
(ไข่พยาธิปากขอ (hookworm) รูปจาก google ค่ะ เวลาส่องกล้อง เราก็ต้องนั่งหาไข่พยาธิกันแบบนี้เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคนี่แหละค่ะ)
 
ส่วนใหญ่แล้วที่เรียนมา อาการแต่ละเชื้อมักจำเพาะพอควร คล้าย ๆ จะเป็น spot diagnosis อาจมีต่างบางตัวบ้างเล็กน้อย แต่ถึงมั่นใจว่าใช่ เราก็ควรส่องกล้องยืนยันแหละค่ะ 
 
 
 
ความจริงแล้วบลอคนี้ยังมีอีกน่าจะสองวิชา (Pathology, Prevent Medicine)
 
แต่จะขอจบด้วยมหากาพย์อีกตัวค่ะ...
 
Pharmacology ที่เราต้องเรียนรู้ไว้เพื่อตบตีกับไอ้เชื้อด้านบนที่เรียนไปนั่นแหละค่ะ
 
ไซเบอร์ไม่แพ้ microbiology ... ต้องเรียนแยกว่าอันนี้ไว้โจมตีแบคทีเรีย โจมตีไวรัส โจมตีเชื้อรา
 
และแน่นอนว่า...เป็นตัวยาที่คนใช้เยอะ และใช้ผิด จนมีเชื้อดื้อยามากที่สุดนั่นเอง..
 
Antibacterial drugs ยาต้านแบคทีเรีย ที่ส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดเป็นยาแก้อักเสบและซื้อยากันเองมั่ว เกิดเชื้อดื้อยามากมายนั่นแหละค่ะ
 
ยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาเจ็บคอ ไม่หายทำไงดีคะ ?
ซื้อยาใช่มั้ย? ยาอะไรที่ซื้อกันบ่อย ๆ
 
Amoxy ใช่มั้ยคะ
 
เท่าที่ได้ยินมา เหมือนคนไทยน่าจะดื้อยาตัวนี้ไปเกือบหมดแล้ว เพราะเอะอะก็ใช้ยา ทั้งทีความจริงแล้ว เจ็บคอธรรมดาที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อ พักหน่อย ดื่มน้ำเยอะ ๆ เดี๋ยวก็หายเองแล้วแหละค่ะ
 
(แต่ก็นะ บ้านแจมขายยา แจมก็เคยทำแบบนี้ =w=)
 
ซึ่งการท่องกลุ่มยาก็ไซเบอร์ไม่ต่างกันค่ะ คือบลอคนี้มันบลอคแห่งชื่อไซเบอร์ทั้งหลาย ท่องจำเลือดตากระเด็น โฮ
(และสารภาพบาป เพราะไม่ค่อยได้ใช้เท่าแบบพวกยาระบบทางเดินหายใจ (แก้หวัด) ยาแก้ปวด ยาทางเดินอาหาร ทำให้ลืมกลุ่มยาพวกนี้ไปเยอะมากกกกกกกกกกกกกกก และคือนี่กำลังจะสอบทบใหม่วันเสาร์หน้าค่ะ *ทึ้งหัว*)
 
 
แต่ section นี้อยากอวดว่าเป็นบลอคที่แจมทำคะแนนดีที่สุด (ตัดไมโครไบโอออกไปนะ 5555)
เพราะได้ 70-80 ทุกตัวเลยยยย ความภาคภูมิใจ 5555 นาน ๆ ทีรากหญ้ากลุ่มเด็ก 50-60 อย่างเราจะอัพคะแนนได้ขนาดนี้ : 3 (ยกเว้นไมโครไบโอนะ 5555)
 
 
เอาเป็นว่า นี่แค่บทนำนะ ยัง section แรกยังโหดร้ายขนาดนี้.. ยังไม่ค่อยมีดึงความรู้ปี 2 มานะคะ
 
section 2 นี่แหละ ยังกะเรียนใหม่ตั้งแต่ปี 2... ไว้ฟังความโหดร้ายในรูปแบบโหดมันส์ฮากันตอนต่อ ๆ ไปค่ะ ~
 
 
ส่งท้ายด้วยรูปหนอนพยาธิกันสักนิด~
(รูปนี้ออกใน NL เยอะอยู่ด้วยนะ ๕๕๕๕ คือนี่วาดรูปเล่นเลยจำได้ ทำพาร์ทนี้ได้เยอะ อิอิ)
 
 
 
นั่นสิ..ยิ่งเรียนยิ่งสงสัย จะกินอะไรได้มั่งวะเนี่ย เดี๋ยวไปกินหมูกะทะ ทำไม่สุก น้องก็เสี่ยงติดพยาธิอีก 5555555
 
 
ปล. การเรียนปี 3 นี่รูปประกอบเยอะมากค่ะบอกเลย เพราะว่าช่วงนั้นแบบเครียดบ่อย ก็วาดรูปบ่อยตาม 55555
ยกเว้นตอนช่วงเครียดแบบจิตตก ดีเพรส อีกนิดจะMDD ยื่นเรื่องลาออกนั่นที่ไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากนอนบนเตียงเฉย ๆ ค่ะ~

[DIY] How to DIY ipad stylus

posted on 17 Mar 2014 13:52 by littleojamajo in diary
แอบมาคั่นเรื่องการเรียนด้วย DIY อีกชิ้นค่ะ 
 
สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับก.จดเลกเชอร์บน ipad ก็คือ stylus นั่นเองงง
แต่แบบ อันที่เขียนดี ๆ มันส์ ๆ มือ ก็แพงแสนแพง T T"
เผอิญเจอจาก youtube มากมายหลายคลิป เลยได้เวลาทำเองล่ะค่ะ !
 
ขอบคุณ
- ฟอนต์ supermarket สวย ๆ จาก www.f0nt.com 
- คลิป youtube มหาศาลที่สอนวิธีทำ
 
แอบโหลดโหด(?)หน่อยนะคะ : ))
 
ว่าแล้วก็แอบฝากเพจวาดรูปเมา ๆ ไว้ด้วย ^^ MojoMojo
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แอบแถมผลงานจากการจดเลกเชอร์ในห้อง กับ วาดรูปด้วย stylus ค่ะ
 
Embedded image permalink
 
 
 
 
Embedded image permalink
 
หวังว่า DIY stylus นี้จะถูกใจและใช้งานได้ดี ไม่มาก ก็มากล้นนะคะ ^^
การเรียนปี 3 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษา จนสิ้นสุดไปเมื่อ 13 กพ.ที่ผ่านมา..
(แต่กว่าจะจบจริง ๆ ก็ 8 มี.ค. สอบศรว.ขั้น 1,, )
 
เป็นปีที่หนักหน่วง ทั้งเนื้อหาวิชาการเรียน ความดราม่าต่าง ๆ และภาระที่หนักอึ้ง
 
เพราะเนื้อหามันเข้าใกล้วิชาชีพมาก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อ โรคต่าง ๆ หรือการใช้ยา การสอบใบประกอบโรคศิลป์ขั้นที่ 1 (ศรว. หรือ NL ที่นศพ.มักเรียกกันนั่นเอง)
 
การเรียนที่มีการสอบทุกเดือน โดยไม่ใช่ปริมาณน้อย ๆ เพราะการอ่านสอบสำหรับแต่ละครั้งนี่เผิน ๆ จะเรียกว่าเอนท์กันใหม่ด้วยซ้ำ (เนื้อหาทั้งยาก และเยอะกว่าตอนสอบเข้าเท่าตัว)
 
บลอคการเรียนปี 3 นี่จะขอไม่ซอฟท์ใสเท่าของตอนปี 2 นะคะ 
 
เพราะอย่างตัวแจมเอง ที่ว่าตัดสินใจมาเรียนทางนี้แต่แรก ยังทำท้อ จะซิ่วไปอีกทางหลายครั้ง (หลายคนที่เคยติดตามอาจเห็นว่าแจมฝันจะทำด้านอนิเมชั่นอยู่แล้ว เพียงแต่หลาย ๆ เหตุผล (ที่กลับไปมองแล้วก็แอบงี่เง่า) สุดท้ายเลยตัดสินใจว่าจะเอาด้านนั้นเป็นงานรองมากกว่า รวมถึงก็ยังมี inspiration กับการเป็นแพทย์อาสาอยู่)
 
และพวกค่ายต่าง ๆ ของคณะแพทย์ เชื่อว่า 100 ทั้ง 100 ออกไปทางเฮฮา เหมือนให้น้องมารู้จักเพือน รู้จักพี่เสียมากกว่า แม้ว่าค่ายเส้นทางของศิริราชปีล่าสุด จะปรับให้มีเนื้อหามากขึ้น ให้น้องได้เข้าใจการเรียนแพทย์ก็ตาม
 
พูดตรง ๆ เลยคิดว่า ด้วยการเรียนที่หนัก เหนื่อย และกดดันแบบนี้ บางครั้ง "ใจรัก" อย่างเดียว ก็ "ไม่พอ" ค่ะ
สำหรับศิริราชเรา การเรียนปี 3 จะแบ่งออกเป็น 2 section (ฟีลคล้าย 2 เทอม)
 
Section I : General principles
จะเรียนพวกพื้นฐานทั้งหมด ตามรายวิชาหลัก ๆ โดยแบ่งเป็น 3 block คือ
 
Block 1 : Basic concept 
พยาธิวิทยา (Pathology) - การบรรยายลักษณะพยาธิสภาพของโรค คำศัพท์พื้นฐาน
 
เภสัชวิทยา (Pharmacology) - กลไกการที่ยาสามารถมีผลต่อร่างกาย กลไกที่ร่างกายตอบสนองต่อยา สารจากธรรมชาติที่นำมาสกัดเป็นยา (กึ่ง ๆ สมุนไพร..ตามที่มีการ์ตูนฟาร์มาโคล้อไปรอบนึงแหละค่ะ) ยาพื้นฐานเบื้องต้นตามระบบประสาท (cholinergic, adrenergic,, น้องที่เรียนสายวิทย์รู้นะ ว่ามันเป็นระบบ sympathetic กับ parasym.)
 
เวชศาสตร์ป้องกันครอบครัวและสังคม (Prevent Medicine) - โรคติดต่อ ไม่ติดต่อ การดูแลผู้ป่วย healthcare 
 
พันธุศาสตร์การแพทย์ (Medical genetics) - กลไกการเกิดโรคทางพันธุกรรม
 
วิทยาภูมิคุ้มกัน (Immunology) - กลไกการที่ร่างกายตอบสนองต่อสารต่าง ๆ เบื้องต้น
 
 
ทั้งหมดนี้...ดูไม่เยอะใช่มั้ยคะ ?
เรียนก็แค่ 3 สัปดาห์ แล้วก็สอบคะ ดูนิดเดียวใช่มั้ยคะ ?
 
 
....
 
 
คุณโดนหลอกแล้วค่ะ...
 
 
 
แค่พาโถ คำศัพท์ประหลาดมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากปากอาจารย์คนสอบ เด็กอย่างเราก็ได้แต่นั่งเอ๋อเป็นลูกเจี๊ยบ (ยังไม่โตพอเป็นไก่ค่ะ 5555)
ทั้งการดูสไลด์พาโถ บางทีก็งงว่ามันคืออวัยวะอะไร อ้าวนี่ผิดปกติหรอ 5555 
 
(จงจับผิดภาพ ซ้ายหรือขวาปกติ ฮาาา เผิน ๆ อาจต้องดูก่อนว่ามันอวัยวะเดียวกันมั้ย แต่ แต่ ดูหน้าตามันซี่ !cr. รูปจาก google )
 
 
อีกอันที่ไซเบอร์ไม่ต่างกัน ก็คงไม่พ้นอิมมูโน
ตัวเลขมาเต็มยังกะบอกหวย เพราะสาร cytokines ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น มักเป็นชื่อเช่น IL-1, 6, 10 อะไรแบบนี้ หรือ TNF TGF แบบ โอเอมจี ตอนเจอแรก ๆ แบบก่งก๊งมากค่ะ =[]=!
 
แต่ยังดีว่าในความโหดร้ายของอิมมูโน.. เป็นอีกวิชาที่สนุกมาก เพราะเหมือนเป็นเนื้อเรื่อง
 
อย่างอจ.ที่รามาเองก็มีติดต่อนักวาดการ์ตูนคนนึงให้วาดการ์ตูนอิมมูโนไว้ น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ (ได้ความรู้ด้วย...อย่างน้อยก็คอนเซปไอเดีย ยิบย่อยนี่... 555555)
ลองอ่านตามนี้ได้เลย : D
 
 
แต่ไฮไลท์ความโหดร้ายของ 3 สัปดาห์แรก จะขอยกให้ฟามาโคค่ะ..
 
เพราะมันเป็นวิชาแห่งภาษาต่างดาวที่สุดแล้ว...
 
 
..
 
คือไร้ซึ่งศัพท์พื้นฐานใด ๆ แถมชื่อยังไซเบอร์
นอกจากจะต้องจำว่าเป็นกรุ๊ปอะไร cholinergic, anticholinergic, ถ้า adrenergic ก็จับกับ receptor ไหน ไปทำอะไรบ้าง (ซึ่งอันนี้ก็พอมีพื้นจากปี 2 ตอน physiology มาในเรื่อง PNS)
 
แต่ แต่ แต่ !!!
อีไซเบอร์คือชื่อยามันแหละค่ะ !!!!!!!!!!
 
โอมายก็อตตตตตตตตตตตตตตต
 
 
ยังกราบขอบคุณว่ายังมีจุดให้จำได้จากชื่อท้าย...บ้าง ? ...ลองหาความเหมือนของกรุ๊ปที่จัดไว้สิคะ TTvTT"
- atropine, scopolamine
- bethanechol, pilocarpine
- edrophonium, pyridostigmine
- amphetamine, epredine, phenylephrine
- prazosin, tamsulosin
- propanolol, timolol
- salbutamol, salmeterol, terbutaline
 
 
คือแบบ จำอ้วกแตกมาก น้ำตาจิไหลเป็นสายเลือด TvT"
 
ไม่พอค่ะ ไม่พอ...
ยานอกจากจะใช้รักษา มันก็มีผลข้างเคียงที่เกิด...
ก็ต้องจำค่ะ โฮ ! (บางตัวยังดีว่าไล่ไปตาม receptor ที่ตัวยาไปจับก็ไม่เป็นปัญหา แต่บางตัวก็...แกไซเบอร์ไปนะ!)
 
 
ขอจบ block 1 ในการเรียนไว้เพียงเท่านี้... แล้วจะมาต่อค่ะ
 
 
ทิ้งท้ายด้วยไฮไลท์ประจำ block ต้อนรับนศพปี 3...
 
"เดี๋ยวเราจะไปดูรูปการ์ตูนกันนะ" กล่าวโดยอจ.แทบทุกภาควิชา, ๒๕๕๖
 

edit @ 11 Mar 2014 10:37:25 by J.JAMM : ))

เป็นไทล้าวววววว

posted on 08 Mar 2014 19:58 by littleojamajo in med-std-diary
 
 
จบปีสามล่ะค่าาาาา ครึ่งทางล้าววววว
 
 
ไว้จะมาอัพเดทเรื่องชีวิตก.เรียน ล้มลุก คลุก คลาน ตลอดปี 3 นะคะ :))
 
 
มีใครสนใจอยู่ฟัง(อ่าน)บ้างมั้ยเนี่ยยยย 55555
 

edit @ 8 Mar 2014 23:46:38 by J.JAMM : ))

ตอนนี้ก็เพิ่งขึ้น block onco (มะเร็ง) ค่ะ
 
 
ตามที่รู้กันคือว่า... นศพ.ปี 3 ศิริราชนั้น จะมีโอกาสได้เข้าเรียน lecture พระราชทาน จาก ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
 
 
 
(อาจมีการใช้ราชาศัพท์ผิด ขอโทษด้วยนะคะ)
 
ตอนแรกยอมรับว่าเกร็งมากก แต่เพียงแค่เปิดมา ท่านก็ดูอบอุ่นมาก
 
ท่านค่อย ๆ สอนให้เราได้เข้าใจ และรู้เรื่อง ที่สำคัญ ลายมือท่านสวยมาก > <"
 
 
ได้เรียน 2 ชั่วโมง โดยมีช่วงเบรกให้ และได้กินของว่างพระราชทานกัน
 
ซึ่ง..ไม่น่าเป็นแค่ของว่าง เพราะจัดเต็มมาก เป็น เส้นหมี่ลูกชิ้น ที่ให้เส้นหมี่ประมาณ 2 ก้อน ++ (เยอะมาก !) รวมถึงลูกชิ้นหมูจำนวนเกือบ 20 ลูก ! คือเต็มกล่องมากก >   <"
 
นอกจากนี้ยังมีขนมให้เป็นโดนัท และผลไม้ พร้อมทั้งน้ำดื่มหลายชนิด (น้ำอัดลม น้ำผลไม้ น้ำหวาน)
 
 
 
แต่ไฮไลท์ของการเรียนครั้งนี้ คงไม่ใช่อะไรนอกจากเรื่องพระอารมณ์ขันของท่าน
 
เรื่องแรก ตามที่เห็นว่าที่นิ้วท่านมีแผลอยู่
ท่านก็เล่าให้ฟังว่า
หลายคนฟันธงว่าท่านโดนหมากัดมา แต่ความจริงมันไม่ใช่ (น้ำเสียงท่านน่ารักมาก แบบปฏิเสธสุดเสียง เสียงสูง)
 
จากนั้นพอตอนใกล้เลิก ท่านก็เล่าเกี่ยวกับเรื่องงานที่ท่านทำ (ในฐานะสัตว์แพทย์)
 
โดยปกติแล้ว เวลาท่านฉีดยาให้สุนัข และสุนัขทรงเลี้ยง ก็จะมีผู้ช่วยดมยาคือคุณคมขำ (ถ้าจำชื่อไม่ผิดนะคะ > <)
แล้ววันนั้นเคสที่ท่านต้องทำคือฉีดให้สุนัขทรงเลี้ยง "คุณรัก" ซึ่งตัวใหญ่มากกก หนักถึง 44 กิโล
ท่านตรัสว่า นี่มันหมา หรือนี่มันหมู ? (ขำยกห้อง)
จากนั้นก็มีประโยคเด็ดอีกให้หายสงสัย... คือเรื่องสุนัขทรงเลี้ยงที่ว่าจะต้องมีคำว่าคุณนำหน้า
"...ถ้ามีคุณนี่คือหมา ... ถ้าไม่ใช่คุณนี่คือคน..."
 
ย้อนกลับไปถึงคุณรัก (สุนัขทรงเลี้ยง) ที่ตัวหนักมาก คุณคมขำ (คน) ก็เป็นผู้หญิง ท่านก็เกรงว่าจะจับคุณรักไม่ไหว เลยตั้งใจจะตามคุณพาท (คน) มาช่วยจับคุณรักระหว่างท่านจะหาเส้นและฉีดยา (ตอนที่เล่าจริง ท่านคอยกำชับด้วยว่าไหนหมา ไหนคน ฮาา)
 
ปรากฏว่าทุกคนก็รุมแกล้งคุณพาท โดยให้คุณพาทไปตามหาคุณคมขำ และไม่บอกว่าคุณคมขำคือใคร ทำให้คุณพาทเข้าใจว่า คุณคมขำก็เป็นหนึ่งในสุนัขทรงเลี้ยง
 
พอถึงห้องที่จนท.ทุกคนบอกว่า เป็นห้องที่คุณคมขำอยู่ คุณพาทก็เดินเข้าไป แล้วก็ถามผู้หญิงที่อยู่ในห้อง (ซึ่งก็คือคุณคมขำนี่เอง) ว่าสุนัขตัวไหนที่ชื่อคุณคมขำ...
 
555555555555
 
จนแม้ว่าคุณคมขำบอกแล้วว่านี่ฉํนเอง คุณพาทก็ยังงงว่าทำไมให้มาจับคุณคมขำ =v= (เหมือนโดนหลอกจนเข้าใจผิด อะไรประมาณนี้)
 
 
เห็นท่านบอกว่า คุณคมขำนี่ดังมาก ท่านไปไหนก็โปรดเล่าเรื่องนี้ เลยต้องถ่ายรูปคุณคมขำลง Ig ท่านด้วย (ณ จุดนั้นตกใจมาก โอเอมจี ! ท่านเล่นอินสตาแกรม...แถมพูดว่าเล่น Ig เฉย ๆ ด้วย > < !!)
 
 
ก็จบเรื่องเล่าด้วยประการฉะนี้ : ))
 
 
ไม่เคยคิดว่าจะได้ใกล้ชิดท่านขนาดนี้อีก ใกล้ชิดครั้งนี้คืออบอุ่นกว่าเดิม ด้วยความสัมพันธ์ที่ท่านเป็นทูลกระหม่อมอาจารย์ของพวกเรานศพ. : )

edit @ 30 Jul 2013 00:32:50 by J.JAMM : ))

หายไปนาน..กลับมาแบบมีสาระ(?) ค่ะ 555
 
แต่ไม่ใช่สาระเรื่องการเรียนแล้ว เป็นงานอดิเรกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่แจมชอบ
 
 
ปกติแล้วทุกปี แจมจะทำสคส.ปฏิทินเล็ก ๆ แจก แต่ปีนี้พิเศษทำเป็นโปสการ์ดส่งให้เพื่อนต่างประเทศด้วย แล้วก็ยังทำมาเรื่อย ๆ 
 
 
แล้วตอนนี้สอบเสร็จ(อย่าตกใจค่ะ ขึ้นปี 3 แล้ว สอบยิบ ๆๆ ยังไม่ทันได้พักหายใจ..เดี๋ยวก็ต้องสอบอีกแล้ว 555)
เลยมานั่งทำโปสการ์ดสำรองไว้เป็นการ์ดอวยพรวันเกิดเล็ก ๆ : )
 
ด้วยความคิดที่ว่า..เมื่อเทคโนโลยีทำให้สะดวกขึ้น.. แต่บางทีก็ดูขาดความเอาใจใส่ไปว่ามั้ย ? 
 
 
กลับมาเข้าเรื่อง... ว่าด้วย how to DIY postcard ค่า ^__________^
 
 
มาเริ่มด้วยขั้นตอนแรก ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์กันก่อนใช่มั้ยคะ
?อุปกรณ์ที่ใช้ก็มี
- กระดาษการ์ดสีขาว 150 g
(ความจริง 120g ประกบกับโฟโต้ ก็แข็งแรงระดับหนึ่งล่ะค่ะ แต่ตอนนั้นแจมซื้อมาเผื่อ 50 แผ่น 55 บาท > <")
- กระดาษโฟโต้ 
- กาว UHU
- คัตเตอร์/กรรไกร (เพื่อค.รวดเร็ว แจมสะดวกใช้คัตเตอร์มากกว่าค่ะ)
- ไม้บรรทัด
- ที่รองตัด (ไม่งั้นเดี๋ยวโต๊ะก็เป็นรอยสิ 555)
 
    
 
 
ถัดไป..เราก็ต้องเตรียมลายโปสการ์ดทั้งด้านหน้าและหลังออกแบบตามใจชอบเลยค่ะ 555
แจมทำมาหลายลายล่ะตอนนี้ > <" 
ทั้งเป็นงูแฮปปี้นิวเยียร์ (เหมือนเคยอัพไว้)
แล้วก็โปสการ์ดที่ระลึกจากตอนไปเที่ยว (ถ่ายรูปเอง 55 งาน handmade จริง ๆ)
 
สำหรับโปสการ์ด ขนาดมาตรฐานคือ 4x6 นิ้วนะคะ
(อีกทางเลือกสำหรับคนขี้เกียจออกแบบด้านหน้า แล้วจะส่งเป็นโปสการ์ดรูปภาพงาม ๆ ด้วยฝีมือการถ่ายเมพ ๆ...คือไปให้ร้านอัดรูปเลยค่ะ น่าจะตกใบละ 2 บาท แล้วก็มาประกบด้านหลังเอา)
 
ที่ว่าไซส์มาตรฐานคือ..ส่งภายในประเทศด้วยขนาด 4x6 นิ้ว จะคิดเพียงใบละ 2 บาทในขณะที่ขนาดอื่น ไม่ว่าจะใหญ่กว่าหรือเล็กกว่า จะโดนเด้งเป็น 3 บาทค่า =v=""
 
อ้อ สำหรับด้านหลัง เว้นพื้นที่ติดแสตมป์ 3-4 cm ด้วยนะคะปกติแจมเว้นน้อยไปหน่อย.. มีครั้งนึงเขียนซะเต็มโปสการ์ดจนท.ต้องพับหางแสตมป์ไปปิดรูปด้านหน้านิดนึงเลย TT^TT
 
  
 
 
จากนั้นก็ปริ้นท์เตรียมตัดค่า !
ปกติแล้วแจมเอาไปจัดหน้าในโฟโตชอป จะยัดได้แค่ 3 ใบต่อ 1A4 เองฮืออ T T"
(เสียดายซากกระดาษ)
มีใครค้นพบวิธียัดได้มากกว่านี้ รบกวนช่วยแบ่งปันหน่อยนะค้า > <" ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
 
 
 
ขั้นถัดมา ก็ต้องตัดจริงมั้ย ? 5555
ตัดออกมาเรียบร้อยงดงาม เตรียมประกบกาวล่ะค่าา
 
 
 
แจมชอบทากาวที่กระดาษโฟโต้มากกว่า...เพราะมันลื่นดี 5555
ความจริงคือ พอตอนประกบจะได้ไม่เลอะรูป > < กลัวทาที่กระดาษการ์ดประกบแล้วกาวเยิ้มเลอะรูป T T"
 
โดยจะทารอบขอบและตรงกลางค่ะในรูปแอบเฟลเล็กน้อย... ปริ้นท์ครั้งแรกผิด =_=
มันดันยังเป็น grayscale อยู่ซะงั้นง่าา ฮืออ
 
 
 
พอประกบเสร็จก็ลูบ ๆ ให้ติดแน่นเป็นพิธี
แล้วก็หาอะไรก็ได้หนัก ๆ สะอาด ๆ (เช่น textbok !) นำโปสการ์ดไปสอดไว้
ให้ความหนักของสิ่งของทับจนเรามั่นใจว่าโปสการ์ดนั่นประกบติดแน่น
(ในรูปแอบใช้นิตยสารล่ะ...ใช้ text เดี๋ยวตกใจในความหนา 5555)
 
 
เสร็จเรียบร้อยงดงามพร้อมส่งถึงที่ค่าา <3
 
 
 
ทำง่าย ๆ ด้วยมือเราออกแบบคิ้วท์ ๆ  limited edition ด้วยนะเอ้อ : ))
 
ทิ้งท้ายน้องกาวยู้ฮูติดหนึบค่ะ 555
 
 
 
ขอบคุณฟอนต์สวย ๆ สำหรับทำโปสเตอร์และ how to DIY postcard : )
- 2005 iannnnnGMO
- 14272 bluemoon pixcers v.11
- supermarket
 
 
แอบนอกเรื่องด้วยการแอบแซวการสอบปี 3 เล็กน้อย > <"
(หลังจากไม่ได้อัพบลอคมาเสียนาน 555)
 
 
 
 
แหม่..ผมยังไม่พร้อมเปิดอาเซียน ฮาาา TT.TT การไม่รู้ภาษาอังกฤษนี่..ชีวิตล่มจมจริง ๆ นะ!
 
 
 
 
แล้วเจอกันโอกาสหน้าค่า ^____^
 

edit @ 19 May 2013 21:16:18 by J.JAMM : ))

บลอคนี้..จะเป็นบลอคที่สั้นที่สุด..
เพราะตั้งใจสื่อและเขียนลงรูปไว้เรียบร้อย : ))
 
เนื่องในวันพ่อ ๕ ธ.ค. ๒๕๕๕ ค่ะ
 
"เทวดาผู้มีลมหายใจ"
 
ตอนนี้ดูถ่ายทอดสดอยู่แล้วก็อดน้ำตาคลอ ขนลุกตามไม่ได้...
จริงอยู่ว่าคนไทยรักท่านอย่างมากมาย..
แต่ก็เชื่อว่าพวกเราเองคงปฏิเสธไม่ได้...
 
ว่าความรักที่พ่ออย่างท่าน มีให้แก่ลูกอย่างพวกเรานั้น...
 
มีค่ามากมายเสียจนหาสิ่งใดเปรียบมิได้เลยจริง ๆ ....
 
 
แอบแถมการ์ตูนเล็ก ๆ ... อยากเห็นคนไทยรักกัน ...
 
เพราะเชื่อว่า สิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุขที่สุด... คือการที่เห็นพวกเราคนไทย รักกัน นี่แหละ : ))
 
 
มาต่อเรื่องมีสาระ การเรียนปี 2 เทอม 1 (2)
 
ก่อนอื่นขออัพเดทเรื่องน้องหมีก่อนค่ะ..
 
โครงการไม่ผ่านอาม่า ตอนบอกอาม่า อาม่าโวยวายใหญ่ ลื้อว่างนักร๋อออ 5555
 
ตุ๊กตาหมีน้อยเลยยังไม่ได้เกิด เอเมน น่าสงสาร TTwTT"

 
 
บลอคที่แล้ว..ก็แอบมีสาระเกี่ยวกับการเรียน gross anatomy ไปโดยคร่าว ๆ วันนี้ก็มาต่อให้จบค่ะ : )

 
BIOCHEMISTRY 
 
วิชานี้เป็นเกี่ยวกับกลไกการเกิดปฏิกิริยาต่าง ๆ ในร่างกาย ที่ทำให้รู้ความจริงเกี่ยวกะร่างกายหลาย ๆ อย่าง รวมถึงความจริงของ..เปปทีน 555 : PPP (อยากเป็นหมอววว์ <3)
 
(โอเอมจี ด้านบนคือแผนภูมิคร่าว ๆ สำหรับสิ่งที่ต้องรู้ทั้งหมด =[]=!!! สังเกตว่าทุก pathway จะเชื่อมเข้ากันเสมอค่ะ เหอ ๆๆๆ)
 
ซึ่งแน่นอนว่า..ดูจากแผนภาพแล้วก็เป็นวิชาที่สนุกสนานใช่ย่อยค่ะ หึหึ =w= ทุกอย่างเชื่อมกันหมด
 
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่วิชานี้ แต่เป็นรวมถึงทุก ๆ วิชา.. ที่ใช้วิธีการเรียนแบบม.ปลายที่สอบเสร็จลืมหมดคืนครูไม่ได้เลย
 
เพราะสิ่งที่เกิด มันไม่ใช่เกิดขึ้นแค่อย่างเดียว แต่มันมีผลกระทบไปยังส่วนอื่น ๆ ด้วย
 
พอดูชื่อ bio + chem ชีวะ กับ เคมี ... คนที่ไม่ชอบวิชานี้ก็อย่าเพิ่งขยาดนาาา (เอ แต่ถ้ามาเรียนหมอ มันก็ต้องรู้สึกชอบบ้างแหละ =w=b,, เท่าที่สังเกต เพื่อนหลายคนจะมีปรปักษ์กะวิชาฟิสิกส์ ฮ่า ๆ TTwTT" )
 
 
เอาจริงแจมว่า.. มันเหมือนวิชาใหม่เลยมากกว่านะ แค่มีพื้นฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง > <"!
 
 
พอได้เรียนวิชานี้.. จะทำให้รู้ถึงความจริงภายใต้โฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งแบรนด์ เปปทีน 5555 : P ผลิตภัณฑ์บำรุงค.งามอะไรพวกนี้ด้วยนะ : P 
 
ที่จริง ๆ แล้ว..ร่างกายเราก็มีพอต่อความต้องการอยู่แล้ว จะไปเพิ่มให้ล้นและเสียออกมาเปล่า ๆ ทำม๊ายยย > <" มีมากเกินร่างกายไม่ช้อบบบ
 
 
PHYSIOLOGY
 
เป็นวิชาที่ชอบนะ แต่..โคตรยากเลย  = =" 
เราจะได้เรียนรู้ถึงความมหัศจรรย์ในการทำงานระบบต่าง ๆ ของร่างกาย
 
ยิ่งเรียนก็ยิ่งตกใจนะว่าร่างกายคนเรามหัศจรรย์มาก ๆ ที่คิดระบบพวกนี้ได้เอง ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ มีค.สุขลั้ลลาได้ขนาดนี้ !
 
เป็นอีกวิชาที่หลอกหลอนตลอด... เพราะก็นะ มันก็เกี่ยวกับตัวเราเกิดขึ้นตลอดเวลานี่..
 
ตอนเรากำลังจะนอน โอยย กลไกมีแบบนี้ ๆๆ มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ส่งผลอะไรบ้าง
 
ตอนเราตื่นเต้น
 
ตอนเรา..บลา บลา บลา
 
 
อย่างที่แน่ ๆ ตอนนี้ที่เห็นชัดจากความหลอกหลอนที่ตามมาคือหลังจากแจมอ่านหนังสือ "ร่างกายไม่เคยโกหก"
(จากในหนังสือ อธิบายถึงเรื่อง baroreceptor ซึ่งถูกกระตุ้นการทำงานเวลาเรานวดช่วงต้นคอ มันจะส่งสัญญาณไปที่สมองลด blood pressure และ heart rate เป็นหลักค่ะ,, อ.ชอบเน้นย้ำว่ามันเป็นอะไรที่ร่างกายเราเกิดขึ้นบ่อยมาก และพอยิ่งได้เรียน ได้เจอจริง ๆ แล้วก็อดเห็นด้วยไม่ได้...มันยิ่งกว่าบ่อยอีกอ้ะ!)
 
น่าน เส้นประสาทเวกัส ช่วยหัวใจเต้นช้า บลา ๆ
นี่มัน CVS (cardiovascular system) ชัด ๆ !! โอยยย reflex ร่างกายหลอกหลอนแม้ในหนังสืออ่านเล่น 555
 
แต่มันก็เป็นอะไรที่เกิดขึ้นจริง และร่างกายทำเพื่อให้เกิดความสมดุล เกิดความอยู่รอด
 
และมันก็จะหลอกหลอนในหัวตลอดเวลา ไม่ว่าเราจะทำอะไร.. จะเกิดรีเฟลกซ์การคิดอัตโนมัติว่า.. อ้ะ เมื่อกี้ตื่นเต้นเผลอลูบคอ ไปกระตุ้น..... ทำให้..... ตอนนี้เราก็เลย....
 
เป็นต้น....
 
 
(โดยอาการหลอกหลอนดังกล่าวจะพบได้บ่อยเป็นพิเศษโดยเฉพาะช่วง 2 สัปดาห์ทั้งก่อนและหลังสอบ)
 
 
สองวิชาสุดท้ายที่จะกล่าวถึง คงเป็นวิชาเสริมสร้างจินตนาการอันสูงส่ง...
 
HISTOLOGY ที่ต้องนั่งจินตนาการว่าไอ้นี่หน้าตาแบบนี่ ทั้งที่หน้าตาโคตรเหมือนกันเล้ยย =3=
 
และ EMBRYOLOGY ที่ทำให้เสียใจว่าทำไมไม่นั่งจำนั่งท่องทุกอย่างตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ =w=
 
 
HISTOLOGY
 
วิชาสร้างเสริมจินตนาการ.. ที่พวกเราเหล่านศพ.จะนั่งส่องกล้อง แล้วก็มโนกันว่าไอ้ที่เราเจอ คือสิ่งนี้นะ 555
 
หรืออาจจะใช้เวลาว่าง(?) ในการหาความงดงามของชีวิต ?
 
(รูปจากกล้องเพื่อน..แจมก็เคยเจอเหมือนกันนะ รูปหัวใจอินเลิฟงดงาม ฮาา,, ในสไลด์กำลังศึกษาเรื่องเม็ดเลือดค่ะ อันที่เจอคือเม็ดเลือดขาว neutrophil)
 
 
EMBRYOLOGY
 
เป็นวิชาที่ส่อง embryo น้องหมู(คุโรบูตะ) และน้องไก่ (ฉึก ๆ ?!) กันอย่างสนุกสนาน ดูตั้งแต่แรกเลยว่าเราเกิดมาได้ยังไง ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเราเคยเป็นก้อนกลม ๆ ลอย ๆ ก่อนจะหน้าตาเป็นแบบทุกวันนี้ =[]=! ร่างกายมนุษย์ช่างมหัศจรรย์ !
 
หลายครั้ง เราอาจสงสัย น้อง ๆ ที่เกิดมาพิการแต่กำเนิด เป็นโรคแต่กำเนิด defect ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดูแล้วมันดูไม่น่าเกิดได้ ไม่น่าเกี่ยวกันเลย พอได้เรียนวิชานี้ ที่ทำให้เรารู้ที่มา มันก็จะทำให้เราพบค.จริงอันน่าสะพรึง โอ้ววว เป็นไปได้ด้วย =[]=!!

(เสียใจ ไม่มีรูป มีแต่รูปการบ้านที่ทำไว้... 555,, สรุปแล้วแจมเรียนคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สาขาจิตรกรรม ค่ะ : P )
 
 
ซึ่งแน่นอนว่า 2 วิชานี้... ก็อาศัยการ "จำ" เป็นหลัก คล้าย ๆ กับกรอสค่ะ
 
แต่ถ้าถามว่าสนุกมั้ย สนุกนะ ได้ส่องหาเอง คือสำหรับ 2 วิชานี้การเรียนก็มีทั้งคาบบรรยาย และคาบแลปที่มีสไลด์ให้แล้ว เราก็ต้องมานั่งส่องสไลด์กันเอา ศึกษา serial section ว่าเป็นยังไง (ค่อย ๆ ตัดจากหัวไปหาง มันก็จะมีความแตกต่าง อย่างเช่น ถ้าช่วงหัวใจ ตัดบน ๆ เราก็ยังไม่เห็นหัวใจห้องล่างอะไรแบบนี้ค่ะ :) )
 
 
และเพราะว่ามันต้องส่องหาเอง วิชานี้ก็จะได้ความอนุเคราะห์คล้าย ๆ กับแลปกรอสคือจะมีอ. และพี่แพทย์ใช้ทุนดูแล สอนอย่างใกล้ชิด (เพราะเพื่อนในรุ่นกันเอง..แม้จะมีมหาเมพเยอะ แต่มันก็ไม่ขนาดตรัสรู้เองก่อนทั้งหมดน่านะ =v=")
 
แน่นอนว่านอกจากสนุกได้ความรู้ ก็เป็นคาบที่ทำให้สนิทใกล้ชิดกับอาจารย์และพี่ ๆ มากขึ้นอีกด้วย : )
 
 
โดยรวมแล้ว สำหรับการเรียน ปี 2 เทอม 1 ที่ผ่านมา แจมชอบและมีความสุขนะ
 
แม้จะแอบเครียด ๆ บ้างเรื่องคะแนน ที่ทำยังไงก็ไม่เคยโผล่พ้นจากมีน (เป็นรากฐานอันมั่นคงให้กับผองเพื่อน 55555) 
(คือค.จริงแจมเองไม่เครียดนะ แต่พอโดนเพื่อนรอบข้างไซโคบ้างก็แบบ.... ยังแอบขอบคุณที่ที่ศิริราชตัดอิงเกณฑ์ ถ้าอิงกลุ่มนี้..ใบเกรดแจมคงมีแต่น้องหมา > <" อร๊ายย)
 
 
แต่ไฮไลท์ของชีวิตปี 2 ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคงไม่พ้นเรื่องการอ่านหนังสือสอบนี่แหละค่ะ 555
 
ช่วงใกล้สอบ จะสามารถเห็นนศพ.เป็นซอมบี้ ทำตัวอัจฉริยะข้ามคืนอ่านหนังสือสอบกันได้จนเป็นเรื่องปกติ =w=
 
 
ที่ตอนนี้แจมก็ยังงงว่าควรอ่านยังไงดี ? เพราะอย่างกรอส มันท่องจำ อ่านไปก่อนก็ลืมมม 5555
แต่มาอัดช่วงใกล้สอบก็นั่นแหละ..ซอมบี้ 555555
 
 
แต่ก็เป็นชีวิตที่สนุก ๆ (?)ไปอีกแบบ : ))
 
(แม้จะไม่ได้ออกไปเดินเที่ยวเล่นอย่างใครเค้า ฮือออ TTwTT)
 
 
แอบทิ้งท้ายผลงานค่ะ : ) ... สูจิบัตรค่ายเส้นทางสู่หมอศิริราชครั้งที่ 14
 
ในที่สุดก็จบไปแล้วสองรอบ... จบด้วยความเซงของแจมที่.. แจมไม่ได้เข้าร่วมงานวันจริงทั้งสองรอบเลย เห้อ =3=
 
เอาเถอะ อย่างน้อยก็มีส่วนร่วมในการเป็นถึงบ.ก.ของสูจิบัตรแหน่ะ ! ก็หวังว่าเนื้อหาทุกอย่างในนั้น จะเป็นประโยชน์แก่น้อง ๆ ทุกคนที่ได้รับ ไม่มากก็มากล้นนะคะ : ))
 
(หวังว่าเอนทรีนี้ก็เช่นกัน...แม้จะแอบหาสาระไม่ค่อยได้ ฮาา... ไม่รู้จะเป็นเอนทรีบอกเล่าการเรียนให้น้องรู้ หรือเป็นการเชิญชวนโฆษณาหลอกเด็กมานะ อิ : P)
 
 

edit @ 29 Oct 2012 16:12:14 by J.JAMM : ))

ตามชื่อเอนทรี่ค่ะ..
 
ปิดเทอมแล้วว้อยยยยยยยยยยยยยยยย TTwTT"
 
แต่..
ก็มาพร้อมกับความจริงที่โหดร้าย.. หยุด 7 วัน = = ""
 
ปลอบใจตัวเอง
ยังมีปิดเทอมก็ดีแค่ไหน =v="
 
 
เป็นปิดเทอมที่แบล้งค์สุด ๆ รู้สึกไม่มีแผนอะไรเลย มึนงงว่าควรจัดการชีวิตยังไงให้ใช้ 7 วันนี้ให้มีค่าที่สุด...
 
 
แต่ตอนนี้มีความ "อยาก" จะถักตุ๊กตาหมีหน้าตาประมาณในรูปแหละค่ะ
(credit : หาจากเวบในกูเกิ้ล > <")
 
แต่ประเด็นถัดมาคือ..แจมไม่มีพื้นฐานด้านนี้เลย...
 
(ไม่สิ ควรพูดว่างานที่ดูผู้หญิง ๆ (?) ความสามารถเฉียดศูนย์ 55555555555,, จนถึงตอนนี้ที่บ้านยังไม่ไว้ใจให้เข้าครัวเอง T T" (แค่ตอนเด็ก ๆ เคยทำไข่เจียวแล้วหน้าตามันไม่ใช่ไข่เจียวเองนะ..) )
 
คิดว่า 7 วันจะทำได้มั้ยคะ ? 555 
 
 
 
ว่าแล้วก็แอบเข้าเรื่องมีสาระ(?)
ตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้ว แจมก็เรียนมาได้...เอ่อ แค่ต้นทาง 555 (หนทางยังอีกยาวไกล ตั้ง 6 ปี)
แต่คิดว่า..ชีวิตการเรียนแพทย์ ก็คงเป็นอะไรที่หลาย ๆ คนสนใจ (โดยเฉพาะน้อง ๆ ม.ปลาย..จะได้คิดตัดสินใจดี ๆ ก่อนเข้า 555555555 : P)
 
เลยแอบแถมรีวิว(?)ว่า...ปี 2 เทอม 1 ที่ผ่านมา แจมเรียนอะไรไปบ้างนะคะ ^______^
 
ก่อนอื่นเลยก็ต้องเริ่มด้วยวิชาไฮไลท์..
 
GROSS ANATOMY

วิชาที่เราจะได้เรียนรู้ตำแหน่งของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย กล้ามเนื้อ หลอดเลือด เส้นประสาทมากมาย (ที่ชอบเผลอตัดทิ้งทีเผลอ..รู้ตัวอีกที อ้าววว nerve พังงง)
เป็นวิชาที่ท่องจำมากกกก ถึงมากที่สุด =v= (ยกอันดับ 1 วิชาท่องจำให้วิชานี้เลยยย)
แต่..
มันก็ไม่ใช่ปัญหามาก > < ! เพราะว่า.. เรามีการทำแลป dissect อาจารย์ใหญ่ ที่ระหว่างทำไปเรื่อย ๆ เราก็จะเห็น และมันจะทำให้การจำอะไรมากมายเป็นไปได้ง่ายขึ้น(?)
(น้องหมูกระต่าย : น้องหมูกระต่ายก็ต้องอ่านกรอสกับแจมนะฮับ!)
แต่ถามว่าแจมจำได้หมดมั้ย..ไม่นะ... (แจมจำได้หมดก็ไม่ใช่คนล่ะ = = แจมยังเป็นคนเดินติดดิน(?)ในคณะ...เพื่อน ๆ ในคณะมันไม่ใช่คน TT^TT !!)
แต่เป็นวิชาที่แจมเอนจอยมาก ๆ วิชานึงมาก ๆ เลยนะ...เหตุผล..ได้วาดรูปไงคะ 5555
(ต้องวาดรูปการบ้านส่งด้วยนะเอ้อ : P)
อีกไฮไลท์สำคัญของวิชานี้..คงไม่พ้น อาจารย์ใหญ่ ที่ท่านตั้งใจเสียสละอุทิศร่างให้นักศึกษาแพทย์อย่างพวกเราได้ศึกษา และที่สำคัญไม่แพ้คือพาร์ทเนอร์แลป รวมทั้งอาจารย์ที่สอนและพี่ ๆ แพทย์ใช้ทุนด้วยค่ะ : )
 
การทำแลปกรอสแต่ละที เหนื่อยมากกก ยืนหา structure คอย iden ไหนจะความรู้มากมายที่ทะลักเข้ามา พร้อมกับคำศัพท์ใหม่ ๆ (ชื่อ structure) ที่ยังกะภาษาต่างด้าว =o=!!! (ความจริงก็ไม่ต่างด้าวมากนะ เพราะถ้ารู้รากศัพท์จะเรียนได้มีความสุข(?)ขึ้นเยอะ ยกตัวอย่างเช่น.. กล้ามเนื้อ orbicularis oculi .. อ้ะ ๆ เห็นชื่อครั้งแรกอย่าเพิ่งตกใจ ค่อย ๆ ดูรากศัพท์ orbit ก็วง ๆ oculi ก็ตา รวมกันเลยเป็นกล้ามเนื้อวง ๆ แถว ๆ ตานั่นเอง XD ! )
 
และที่สำคัญ..มันไม่ใช่อะไรที่เราต้องเรียนคนเดียว.. แต่เราต้อง ช่วยกันเรียน
 
สองคนเปิด text สองคนช่วยกันหา structure มาช่วยกัน iden ทบทวนความรู้ที่ได้เรียนเกี่ยวกับ structure นั้น ๆ
เห็นตัวอย่างชัดสุดคงเป็น lab สุดท้ายของเทอมนี้ thorax มีเรียนเรื่องหัวใจ ซึ่งดูกรอสไปก็นั่งอธิบายท่องกันไปด้วยว่าโยงกับ embryo (มีกำเนิดจากไหน) physio (การทำงานหัวใจ) histo (ลักษณะทางจุล...อ้อ กรอส = 'มห'กายวิภาคศาสตร์ค่ะ 55) หัวระเบิดเลยทีเดียว = ="
 
แต่บางครั้ง ไอ้เราก็มือใหม่ ความรู้ไม่ค่อยจะมี ก็จะได้อาจารย์/ พี่แพทย์ใช้ทุนมาช่วยดูแล สอนให้คำแนะนำ
เพื่อน ๆ เทพ ๆ ในคณะ ที่คอยรีวิวให้มากมาย.. เป็นการเรียนที่ไม่เครียด มีความสุขดี : )
 
(แต่ตายช่วงสอบ ฮาาา...หรือมันเฉพาะแจมหว่า ?)
 
 
 
ประเดิมน้ำจิ้มไว้ 1 วิชา..ไว้จะทยอยมาเขียนภายในปิดเทอม 7 วันให้ได้ค่ะ : ))
 
 
ป.ล.แอบทิ้งท้าย..สิ่งคลายเครียดระหว่างช่วงสอบที่ผ่านมา
อยู่ ๆ ก็งอแงไม่อยากอ่านต่อแล้ว เลยวาดการ์ตูนไว้ก่อนจะยอมสงบไปอ่านต่อได้ค่ะ 55
(แอบเพิ่ม dialog ไว้..เผื่ออ่านลายมือไม่ออกค่ะ > <")
1.) เมื่อเริ่ม region 4... part หัวใจ
 
อ. : วันนี้เรามาเปิดดูห้องหัวใจกัน... เอ มีใครอยู่ในนั้นรึเปล่านะ ?
 
สามารถพบมุกเสี่ยวได้ทั่วไป (อ.ยังเล่น !!)

2.) แม้แต่ในห้องกรอสเอง
 
"ล้างใจ.
 
ป้ายมันเขียนแบบนี้จริง ๆ นะ
 
นาย A : หัวใจนี้ เรายกให้เธอ
 
นส B: เลิกเล่น เดี๋ยวก็ไม่ได้ปิดโต๊ะ (ปิดโต๊ะ : ทำ lab วันนี้เสร็จ แล้วจะคลุมร่างอาจารย์ใหญ่ปิดโต๊ะค่ะ)
- พร่องง เสี่ยวว!
 
<- หัวใจจริง ๆ จ่ะ
 
3.) CVS .. physiology (CVS = cardiovascular system เป็นวิชาสรีรวิทยา เรียนเกี่ยวกับระบบกลไกการทำงานของร่างกาย โดยเนื้อหาสอดคล้องกันคือเรียนเรื่องหัวใจค่ะ)
 
กราฟ EKG (เป็นกราฟแสดงการทำงานของหัวใจ)
 
ก็เสียงหัวใจ..มันบอกว่าใช่เธอ
 
(เอาจริงอันนี้แจมวาดผิดแหละ 5555 เมา แจมตั้งใจจะวาดแสดงเสียงหัวใจ แต่กลายเป็นกราฟที่พบเห็นในละครเวลาคนในห้อง ICU ซะงั้น =v=)
 
4.) และตอนนี้ก่อนสอบ.. เชื่อว่า..
 
"เห้ย ศพเว้ย"
 
สภาพศพ วิญญาณออกจากร่าง : ลัลล้า
 
GROSS EMBRYO PHYSIO HISTO หัวใจหลอกหลอน
 
ไปแล้วหนึ่งศพ...
 
THE END